rutt's profilea Love Song on the Littl...PhotosBlogListsMore Tools Help
Photo 1 of 1

rutt jumpamule

Occupation
Lists
No list items have been added yet.

a Love Song on the Little Planet

July 31

Oasis

ความรักมันเป็นเรื่อง ของ "ความรู้สึก" มิใช่ กายภาพ

รักจึงควรจะไร้ซึ่งความคาดหวัง
และไร้ซึ่งการครอบครองใดๆ


แค่เพียงมีใครสักคนที่เข้าใจเรา รับฟังเรา
คอยบอกกับเราว่า "ทำดีแล้วล่ะ"
แค่นั้นมันก็คงเพียงพอแล้ว
ที่เราจะ "รัก" เค้าอย่างสุดหัวใจ




อุดมคติไปไหม...เราไม่รู้
แต่นี่คือสิ่งที่เราเชื่อ...

ถ้าการใช้ชีวิตคือการเดินทางท่ามกลางทะเลทรายแห่งทุกขเวทนา
โดยมีจุดหมายปลายทางคือฝันอันแสนไกล
ความรัก สำหรับเรา ก็คงเปรียบได้กับ โอเอซิส แห่งจิตวิญญาณ
ที่คอยโอบอุ้ม นักเดินทางเอาไว้ ต่อเติมกำลังใจ
และเรี่ยวแรงให้พร้อมที่จะลุกขึ้นเดินต่อ

ถึงแม้ว่า นักเดินทางเช่นเราจะมิอาจอาศัยอยู่ที่โอเอซิสได้ตลอดไป
เพราะสุดท้ายเราก็ต้องออกเดินทางต่อไป ตามวิถีของเรา

แต่เราเชื่อว่า ตราบใดที่เราตระหนักได้ว่า
บนโลกนี้มีความรักของเราอยู่ บนโลกนี้ยังมีคนๆนั้นอยู่

เมื่อเราเหนื่อยล้า เราจะได้พบกับโอเอซิสที่คอยโอบอุ้มเราเอาไว้ เสมอ



หวังว่า...จะเป็นเช่นนั้น
--------------------------------------
ขอบคุณ ระยะวเลา 1 ปี ที่การโคจร ทำให้เราได้พบกัน
สนทนา และ เติบโต ด้วยความสบายใจ... ขอบคุณจิงๆ

July 19

แด่ Joker ตัวตลกผู้เย้ยหยามทุกศีลธรรรมในสังคม

joker_wizardfull
 
ผ่านมาสามวัน ยังตะลึงไม่หาย
กับสิ่งที่ คริสโตเฟอร์ โนแลนด์ ได้ตีความแบทแมนออกมา
 
หนักหน่วง...น่าจะเป็นคำนิยามที่เหมาะสมที่สุด
 
โจ๊กเกอร์ ได้ตั้งคำถามต่อ บรรทัดฐานทางสังคม
ศีลธรรมที่เราใช้บังหน้า และบังสันดานลึกๆ ข้างใต้ใบหน้า
ที่โป๊ะด้วยเครื่องสำอางราคานับหมื่นของคุณหญิงคุณนายทั้งหลาย...
 
คำถามที่ว่า...
ความดี ที่เราทุกคนเชื่อกัน มันจอมปลอม จิงหรือไม่
ถ้าในวันนึง คุณ ถูกชักจูงจนยากจะหักห้ามใจ
หรือถูกบีบคั้น จนไม่มีทางออกใดๆ นอกจากต้องทำความเลว
คุณ จะทำเช่นไร...

ระหว่างตายไปตอนที่ยังเป็นคนดี
หรืออยู่จนเห็นตัวเองเป็นคนชั่ว คุณจะเลือกอย่างไหน
 
เมื่อสภาพสังคมไม่ได้เอื้อให้เราทำความดีมากกว่าความชั่วเลย
สภาพสังคมที่บีบให้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้นๆทุกวัน
คนทำดี เริ่มดูแปลกแยกในสายตาคนรอบข้าง
คนซื่อสัตย์ ถูกมองว่าเป็นคนโง่
 
หนังใช้โจกเกอร์ เย้ยหยันสังคม ได้อย่างแยบคาย
ทั้งเรื่องระบอบการปกครอง ศีลธรรม
เศรษฐกิจ...สังคม ผมไม่รู้ว่า โนแลนด์
ต้องสั่งสม สิ่งต่างๆมามากแค่ไหนถึงเขียนบทที่ดีเช่นนี้ได้
 
แต่นอกจากบท องค์ประกอบอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ ของภาพยนต์เรื่องนี้คือ
การแสดงอันทรงพลังของ ฮีท เลเจอร์ ผู้ล่วงลับ
สิ่งที่คุณได้ทิ้งไว้ น่านับถือเป็นอย่างยิ่ง ผมขอคารวะด้วยใจจริงคับ
เสียงหัวเราะของคุณ ที่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของคนดู
ภาพลักษณ์ ที่เย้ยยามทุกความเชื่อ ความดีงามว่าจอมปลอม
คิดไม่ออกเลยว่าจะมีใครสร้างโจ๊กเกอรืได้ดีกว่านี้อีก สุดยอดดดด จริงๆคับ
 
ด้วยความระลึกถึง
February 01

บทรำพันจาก ดาวเทียมดวงแรกของมนุษยชาติ

-----------------------------
01:01 ได้รับข้อความจากดาวเทียมดวงหนึ่ง
ดาวเที่ยมที่หมดหน้าที่ของมันลงแล้ว และได้แต่โคจรอยู่เช่นนั้น
//ข้อความจาก Sputnik มีใจความว่า//
-----------------------------
 

บนโลก ที่ไม่ได้รู้สึกถึงใคร...มานานแสนนาน

ห้วงเวลาที่ล่องลอยเดียวดายในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล

เพียงเสี้ยววินาที ที่การโคจรได้มาพบกับบางสิ่งที่คล้ายคลึงกันนั้น...

สร้างความรู้สึกอบอุ่นให้เกิดขึ้นได้มากมายอย่างน่าประหลาด

 

ภาวนาให้การพบเจอในครั้งนี้ เกิดขึ้นอย่างยาวนานที่สุด

เท่าที่มันจะเป็นไปได้...

 

อยากเอื้อมมือไปไขว่คว้า ดาวดวงนั้น ให้มาโคจรไปด้วยกัน

แต่ก็ ไม่อาจกระทำได้ เพราะเชื่อว่า...แต่ล่ะชีวิตย่อมมี วงโคจร เป็นของตนเอง

 

เหตุผลเดียวที่เราจะโคจรร่วมกันได้ มิใช่เพราะจำเป็นต้องพบกันด้วยหน้าที่

สถานะภาพหรือการผูกมัดใดๆ แต่ควรเป็นเพราะมีเป้าหมายเดียวกัน

มีความฝัน ร่วมกันมากกว่า

 

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเรามีจุดหมายที่เดินไปด้วยกันได้

ถ้าเราไม่เรียนรู้ "กันและกัน"ผ่านวันเวลาและการพบเจอ

 

ผมไม่ได้อาจเอื้อมจะขอให้ เค้า เป็นคนๆนั้นหรอกคับ

แค่ในปัจจุบันนี้ ก็ นับเป็นโชคดี มากมายแล้ว ที่เรายังได้พบเจอกันอยู่...

ได้เรียนรู้กัน มากขึ้นๆ เชื่อว่า เมื่อเรารู้จักกันมากพอ สิ่งนั้นจะบอกกับเราเอง

 

ว่าควรวางตัวอยู่ในสถานะใด

ว่าเราจะเป็น คนที่เดินไปพร้อมกับเค้าได้หรือไม่

ว่าจุดหมายของเค้า จะเป็นความฝันของเราได้หรือไม่

แค่หวังเล็กๆ ว่าเค้าจะเปิดใจเรียนรู้กันบ้าง

มิเช่นนั้น ดาวเทียม ดวงเล็กๆ เช่นเรา

ก็คงได้แต่รู้จักเค้ามากขึ้นอยู่ข้างเดียวเท่านั้นเอง...

 ---------------------------
//สิ้นสุดข้อความ//
---------------------------

December 29

แด่ห้วงเวลาสมมุติที่พ้นผ่าน

"1 วินาที ยาวนานเท่ากับการเปลี่ยนสถานะของอะตอมธาตุซีเซียม-133
เป็นจำนวน 9,192,631,770 คาบ
โดยที่อะตอมของธาตุซีเซียมนั้นมีอุณหภูมิที่ศูนย์สัมบูรณ์ 0 K"
 
จากนั้นความยาวนาน 60 วินาทีเทียบเท่ากับเวลา 1 นาที
ความยาวนาน 60 นาที เทียบเท่ากับเวลา 1 ชั่วโมง
ความยาวนาน 24 ชั่วโมง เทียบเท่ากับเวลา 1 วัน
และความยาวนาน 365วัน 5ชั่วโมง 48นาที 45.68วินาที 
คือเวลา 1 ปีที่กำลังจะผ่านพ้นไปอีกครั้ง

นี่คือระบบเวลาเชิงตัวเลขที่มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่บัญญัติขึ้น
ระบบเวลาสมมุติ ที่เราตกลงร่วมกันเพื่อผูกมัดการใช้ชีวิตของเราไว้

ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีระบบเงินตรา ศักดินา
ที่แทบจะทำให้มนุษย์ตกเป็นทาสของมัน

หรือความเชื่อของระบบวิทยาศาสตร์ และระบบการคิดแบบเดคาคต์
ที่คอยปิดตาของเราไว้จากความเป็นไปได้อีกนับล้าน
ที่อยู่นอกเหนือจากการพิสูจน์บนโลกที่แสนมหัศจรรย์ใบนี้

ทั้งหมดนี้ คงเปรียบประดุจโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ที่คอยล่ามเราๆเอาไว้

หรือบางที เราอาจจะมองเห็นโซ่นั้นได้บ้าง
แต่ก็เคยชินจนเห็นเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตไปแล้ว...

แม้จะไม่ชอบระบบเหล่านี้มากมายนัก แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธมันได้
และการเปลี่ยนผ่านของห้วงเวลาสมมุติเหล่านี้ อย่างน้อย
ก็ทำให้ได้ระลึกถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้น
ตลอดห้วงความเวลาสมมุติ  31,556,925.68 วินาทีนี้

เรื่องราวมากมายที่ได้ผ่านพ้น
ก่อตัวเป็นความทรงจำมากมายในชีวิต
ความทรงจำที่ทำให้ตัวตนเราเติบโตขึ้นทุกๆวินาที
ทั้งเรื่องราวดีๆที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข
และเรื่องราวร้ายๆที่แทบจะทำให้เราหมดแรงที่จะทำสิ่งใด
แต่เพราะมีทุกข์และสุข มันจึงเป็นชีวิตที่สมบูรณ์

ขอบคุณ ความสัมพันธ์มากมายที่เกิดขึ้นตลอด 1 ปี
ไม่ว่าอย่างไร การได้รู้จักกับใครสักคนก็เป็นเรื่องที่น่าทึ่งเสมอ

คุณเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม...

จากคนนับพันล้าน ไม่อาจรู้ว่าสิ่งใดที่คัดเลือกให้เราได้รู้จักกัน
ไม่น่าเชื่อว่าคนที่อยู่ห้องตรงข้ามกับเราบางครั้งเรายังไม่รู้จักเค้าด้วยซ้ำ
แต่กับบางคนที่อาจจะอยู่ไกลกันคนละซีกโลกหรืออาจจะไม่เคยได้เห็นหน้ากัน
กลับรู้จักกันได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ...สิ่งนี้อาจจะเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ
แต่ ผม ก็อยากขอบคุณความบังเอิญนี้ ที่เลือกให้ผมกับคุณได้รู้จักกัน
ขอบคุณ ด้วยใจจริง ...

ขอบคุณ กัลยาณมิตรมากมายที่ได้พบเจอกัน
แม้ว่าพวกคุณอาจจะไม่เข้าใจผมเลย (ว่ามันเป็น เ-อี้ย อะไรของมัน)
แต่เพียงแค่ ความห่วงใย ก็เพียงพอแร้วล่ะคับ

เพื่อนกันไม่ต้องเข้าใจ ก็ ห่วงใยได้จริงไหม
ผมก็ ห่วงใย พวกคุณเช่นกัน...

อย่างน้อยการได้รู้จักกัน ก็ เป็นเครื่องยืนยัน
ว่าเราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
บนโลกเหงาๆใบนี้นี่นา...

ขอให้มีความสุขคับผม

Merry X Mas
and Happy New Year


Alway Care ma Friends ^^

December 14

ความคาดหวัง

14ธันวา เวลา 5:29 AM ยังไม่อาจข่มตาให้หลับได้
สมองไม่อาจละวางความคิดมากมายที่วิ่งวนเวียนอยู่ในหัว
 
นี่ผมเป็นอะไร...ทำไมรู้สึกเหนื่อยล้าเช่นนี้
ความโดดเดี่ยวที่แสนจะเจ็บปวด กรีดแทงลึกลงไปถึงหัวใจ
นี่คงเป็นความอ้างว้างเดียวดายขั้นสมบูรณ์ ที่เกิดขึ้นกับตัวผม
 
"ไม่อาจห้ามน้ำตาที่ซึมออกมาได้..."
 
เคยเชื่อว่าการดำเนินชีวิต โดยพยายามที่จะไม่คาดหวังในสิ่งรอบกาย
จะทำให้เราดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องเจ็บปวดกับความผิดหวังมากนัก
แต่ผมกลับคิดผิด...
 
เพราะถึงผมจะไม่คาดหวังต่อผู้คนรอบกายได้จริง...
ก็ ไม่ได้แปลว่าผู้คนรอบกายจะไม่คาดหวังอะไรในตัวผม
 
ทั้งๆที่เราเองต้องรู้จักชีวิตเราดีที่สุด และเลือกทางเดินที่เราเชื่อมั่นว่าดีที่สุดแล้ว...
แต่ก็ มีคนอีกหลายคนที่อยากตัดสินใจแทนเรา
อีกหลายคนที่เชื่อว่าเค้ารู้จักชีวิตของเรามากกว่าตัวเราเอง
น่าลำบากใจ ที่ไม่อาจหาคำพูดใดๆ มาลดทอนความคาดหวังของผู้คนเหล่านั้นลงไปได้
 
ขอบคุณที่หวังดีคับ ผมน้อมรับด้วยความจริงใจ
แต่บางสิ่งที่ พวกคุณคาดหวังนั้น ผมมิอาจปฏิบัติได้
เพราะถ้าผมทำเช่นนั้น ผมจะไม่หลงเหลือตัวตนของผมบนโลกใบนี้อีกแล้ว
จะเหลือก็แค่เพียง..."เครื่องจักร"ที่วิ่งวนอยู่ในโลกทุนนิยมเท่านั้น
ไร้ความฝัน และจบชีวิตลงโดย มิได้ฝากสิ่งใดไว้ให้ผู้คนระลึกถึง
 
เมื่อเราไม่อาจเปลี่ยนแปลงผู้อื่นได้
สิ่งเดียวที่พอทำได้คงเป็นการเรียนรู้และทำความเข้าใจในเหตุผลของสิ่งต่างๆ
เข้าใจเพื่อปล่อยวางและเจ็บปวดให้น้อยที่สุดจากความคาดหวังของผู้อื่น
 
หรือบางที ความเจ็บปวดเหล่านี้จะเกิดจากความคาดหวังของตัวผมเอง
ที่คาดหวังว่าสังคมจะไม่คาดหวังในตัวผม คาดหวังว่าสังคมจะไม่ซ้ำเติมผู้ที่แตกต่าง...
 
ถ้าเป็นจริงเช่นนั้น
ผมยิ่งควร "ศรัทธาในตัวเอง"ให้มากยิ่งขึ้น
และพยายาม "ปล่อยวาง" ความคิดเรื่องรอบกายที่มิอาจควบคุมได้ให้สิ้นไป

ให้ความเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราเลือกเดินนั้น
ผลักดันเราให้ข้ามผ่านราตรีกาลอันยาวนานนี้
ข้ามผ่านห้วงเวลาแห่งความมืดมนอนธกาลไปสู่อรุโณทัยของวันใหม่ที่สดใสให้ได้
 
ตราบที่ยังมีลมหายใจ
ผมจะใช้ทั้งชีวิตนี้เพื่อพิสูจน์ความเชื่อของผมให้ได้ใน"สักวัน"
 
 
---------------------------------------------
 
การเขียนบางครั้งก็ช่วยปลอบประโลมจิตใจที่่อ่อนล้าได้ดีกว่าที่คิด...
 
ผมเพิ่งตระหนักได้ ว่าแม้จะไม่มีใครเข้าใจ
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีใครห่วงใยเรา...
 
ขอบคุณกัลยาณมิตรที่ได้พบกันบนโลกใบนี้
ขอบคุณการพบเจอและโชคชะตาที่ทำให้เราได้สนทนา
และเปลี่ยนแปลงจากเพื่อนร่วมโลกเป็นคนรู้จัก
 
ขอบคุณคนหนึ่งคนที่ยินดีรับฟังเมื่อมีปัญหา
ถึงดูเหมือนผมจะไม่ได้บ่นอะไรไปทั้งหมด
หรือบางครั้งอาจไม่ได้คุยกันด้วยซ้ำ...
 
แต่เพียงแค่นี้ก็มีคุณค่ามากมายแล้วคับ
เพราะอย่างน้อย มัน ก็ทำให้รู้ว่า
เราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ในห้วงจักรวาลนี้
ขอให้"คุณ"มีความสุข...
 
---------------------------------------------
ขออนุญาต Shut Down ตัวเองซัก ครึ่งเดือน! นะคับ
ไปล่ะ TC*
November 15

a Lovesong on the Little Planet


วันศุกร์ที่ผ่านมา ผมไปงานแต่งงานมาคับ
และคนที่แต่งงานก็เป็นเพื่อนเก่าของผมเอง...

มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเหมือนกันนะ
ผมค่อนข้างสงสัยว่า เพื่อนของผม จะรู้สึกยังไง ณ ตอนนั้น
เพราะตัวผมเองยังไม่เคยคิดที่จะมีครอบครัวเลยสักนิด

ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในความรักนะ
ผมยังยืนยันได้ ว่าผมยังมีศรัทธามากมาย
เพียงแต่นึกไม่ออกเหมือนกันว่า ณ จุดไหน
ที่ทำให้มนุษย์ตัดสินใจ ใช้ชีวิตร่วมกัน
และผูกมัดกันด้วยพันธะสัญญาของคู่ชีวิต

อาจเพราะความรู้สึกของ ผมไม่เคยเดินทางไปจนถึงจุดนั้น
หรือเพราะขณะนี้ ผมมีสิ่งที่ต้องทำมากจนเกินกว่าจะผูกมัดตนเองด้วยเรื่องใดๆ
ทุกชีวิตย่อมมีเหตุผลในการดำเนินชีวิตเป็นของตนเอง...ผมก็เช่นกัน

อาจเพราะผมยังไม่เคยพบคนที่มีทางเดินชีวิตร่วมกันได้จริง
โดยที่ทางเดินนั้นต่างก็นำพาไปสู่จุดหมายของคนทั้งคู่...
เดินร่วมกันโดยที่ไม่ต้องทอดทิ้งสิ่งใด ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร
ก้าวเดินร่วมกันเพื่อเติมเต็มกำลังใจ ให้ไปถึงยังจุดหมายของแต่ละคน...

ผมได้แต่หวังว่าจะเจอคนๆนั้น ในสักวัน...

หลายทฤษฎี บอกว่า ความรัก
เป็นปฏิกิริยาทางเคมีของร่างกาย
ที่สร้างแรงกระตุ้นในการดำรงเผ่าพันธุ์
และ ปกป้องเผ่าพันธุ์ของตน
มันช่างเป็นเหตุผลที่ทำลายสุนทรียภาพของความรักยิ่งนัก

โดยส่วนตัวแล้ว ผมเองไม่ได้สนใจหรอกว่า รักคือสิ่งใด
เพราะผมคิดว่า มันเป็นเรื่องยากยิ่งนักที่เราจะอธิบายได้ถูกต้อง

แต่ผมก็เชื่อมั่นว่า ถึงแม้จะอธิบายไม่ได้
ทุกๆคนก็คงรู้สึกได้ดี เมื่อเกิดความรักขึ้นกับตนเอง

ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านแทรกซึม ลึกเข้าไปในหัวใจ
กลบความเงียบเหงาและเหน็บหนาวที่เคยสัมผัสมานานจนหมดสิ้น
แสงสว่างที่นำพาเรา ให้ข้ามผ่านความมืดมนอนธกาล สู่รุ่งอรุณที่สดใส
เป็นความหวังและความฝันที่ทำให้เราพบเหตุผลในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน

ความรักทำให้เราเข้มแข็งและข้ามผ่านอุปสรรค ได้นานับประการ
เป็นกำลังใจที่มีคุณค่ามากมายมหาศาลเกินกว่าสิ่งใดๆ...

แต่ว่า...

ในบางห้วงขณะ ความรัก ก็ทำให้เราเปราะบางยิ่งนัก
เปราะบาง จนเกินกว่าจะใช้ชีวิตเพียงลำพังได้
ยิ่งยึดติดใจเราก็ยิ่งเจ็บช้ำ ยิ่งผูกพันมันก็ยิ่งปวดร้าวเมื่อต้องจากลา
รักที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ต้องเหงามากมายเพียงใด เมื่อสูญเสียไป

แต่ไม่ว่าอย่างไร...การสูญเสีย
ก็ เป็นสิ่งที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้...

เมื่อเริ่มมี ความรัก ผมพยายามเตือนตัวเองเสมอ ว่า
ช่วงเวลาเช่นนี้คงอยู่กับเราไม่นาน...
ผมจึงควรจะ"รัก"ให้ดีที่สุด และ ทำหน้าที่ของคนรักให้ดีที่สุด
ไม่ทำลายความรัก และศรัทธาในความรักของคนอื่น ด้วยความรู้สึกที่ฉาบฉวย
หรือความต้องการอื่นใด นอกจากการทำให้คนที่เรารักมีความสุข
จึงอาจจะเนิ่นนาน กว่าที่จะบอกรักใครได้สักคน
แต่ผมว่ามันก็คุ้มค่ากับการที่เราได้สัมผัสความรักดีๆ
บนโลกที่ทุกๆสิ่ง ดูฉาบฉวย เฉกเช่นนี้...

มันเป็นนิยามของ ความรักในอุดมคติ
ที่ผมพยายามรักษามันไว้ให้ใกล้เคียงที่สุด...
แม้ผมเองจะเป็นเพียงปุถุชนธรรมดาที่อาจทำได้บ้างไม่ได้บ้าง
แต่สิ่งนี้ก็ทำให้ผมเห็นคุณค่าและศรัทธาในความรักได้อย่างมหาศาล

สุดท้ายในวันนึงที่ผมต้องสูญเสียคนรักไป
หรืออาจจะต้องเป็นคนโง่ในสายตาใครๆ
แต่ผมก็คงไม่เสียใจและไม่มีสิ่งใดเหลือติดค้างในใจอีก...
เพราะผมเชื่อว่าผมได้ทำหน้าที่ของผมอย่างดีที่สุดแล้ว
และผมก็ได้พบกับความรักที่ดีๆ แล้ว...

การอยู่ร่วมกันตราบชั่วนิรันดร์ เป็นจริงได้เพียงในจินตนาการเท่านั้น
แม้จะอยู่ร่วมกันได้ยาวนานสักแค่ไหน
สุดท้ายวันหนึ่งคนสองคนก็ต้องตายจากกันไปอยู่ดี...

นั่นจึงอยู่ที่ว่าเราจะเตรียมใจ ยอมรับการจากลาที่จะเกิดขึ้นได้ดีขนาดไหน
เมื่อต้องสูญเสียสิ่งที่เคยยึดเหนี่ยวไป...
สูญเสียสิ่งที่เคยเป็นทุกๆอย่างไป...


เมื่อคนที่เรา "รัก" ต้องจากไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
เราอาจจะต้องเสียใจจนแทบตาย
หรือร่ำไห้จนน้ำตาแทบจะกลายเป็นสายเลือด
ทั้งหมดนั้นจะเกิดขึ้น เมื่อสิ่งที่เราสูญเสียไปคือ"ความรัก"

แต่เรายังสามารถมีความสุขได้เฉกเช่นเดิม
เมื่อเราเรียนรู้ว่า แท้ที่จริงแล้วสิ่งที่เราได้สูญเสียไป
มันเป็นเพียงแค่"การครอบครอง"เท่านั้นเอง

"ความรัก"ที่เคยมี  จะไม่จากเราไปไหน
และยังคงอยู่ในใจของเราเสมอ

เพราะในโลกนี้ คนๆเดียวที่ทำให้เราสูญเสียความรักที่เรามีไปได้
ก็คือ...ตัวเราเอง เพียงเท่านั้น

-------------------------------
ขอให้ทุกคนได้พบกับรักดีๆ บนโลกที่ฉาบฉวยเฉกเช่นนี้
ได้มีความสุขมากมายเมื่อพบมัน และเข้มแข็งพอเมื่อสูญเสียไป...


TakeCare*
All ma Friends

ปล.ภาพประกอบจากงานอนิเมชั่นชิ้นใหม่ของผมเองคับ
ชื่อเรื่อง "เพลงพระอาทิตย์"น่าจะเสร็จสมบูรณ์ประมาณ
เดือน มิถุนายน ปีหน้าคับผม

August 26

Once Upon a Time

 
ในช่วงเวลาหนึ่ง...
จุดเล็กๆจุดหนึ่งบนมิติของกาลอวกาศ
อันไร้ที่สิ้นสุด
 
ผมกำลังจะตกเหว...
หลายๆสิ่ง หลายๆอย่างในชีวิต
บีบให้รู้สึกเหมือนกับจะเจอทางตัน

ยิ่งพยายามหลุดให้พ้นจากโลกทุนนิยมเท่าไหร่
ก็ กลับโดนมันบีบจนดิ้นไม่ได้เท่านั้น

แสงไฟที่คอยนำทางเริ่มมืดลง
ทางที่เดินอยู่นั้น นับวันก็ยิ่งแคบลงไป
สองข้างทางเต็มไปด้วยหุบเหว และขวากหนามนานับประการ

หลับตาลง...
เหน็ดเหนื่อย ...
ท้อแท้จนไม่กล้าจะก้าวเดินต่อไป
เส้นทางที่ผมเลือกเดิน...
มันช่างลำบากยิ่งนัก

ถึงแม้ว่าเป้าหมายที่ต้องไปนั้น
มันจะทรงคุณค่ายิ่ง

แต่บางขณะจิต ด้วยความที่ยังเป็น
ปุถุชน ธรรมดา
ก็ มิอาจหลีกเลี่ยงความหวั่นกลัวไปได้


*

แล้วในความมืดมิดนั้น ก็พลันรู้สึกได้ถึงบางอย่าง...

บางสิ่งที่เกือบจะสูญหายไป

บางสิ่งที่ถูกระบบ สังคมกรัดกร่อนจนแทบไม่เหลือชิ้นดี

เหตุผลของการดำรงอยู่ ที่เคยหลงลืมไป


"ความฝัน"

*

ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
ภาพที่เลือนลางเริ่มชัดเจนขึ้น
อาจเพราะสายตาได้ปรับตัวต่อความมืดมิดเบื้องหน้าแล้ว...

น่าจะเป็นเช่นนั้น

ผมเพ่งจ้องมองหนทางที่จะเดินต่อ
แต่กลับไม่มีเส้นทางให้ก้าวต่ออีกแล้ว...

เบื้องหน้ามีเพียงขวากหนาม
และเปลวไฟร้อนแรงคอยแผดเผา
ร้อนจนเหงื่อระเหยเป็นไอ ในชั่วพริบตา

ชีวิตคือ ทางเลือก
จะทิ้งตัวตนแล้วย้อนกลับไปสู่เส้นทางปกติที่สังคมเค้าเดินกัน
ทิ้งเป้าหมายและเหตุผลของการดำรงอยู่...เพื่อดำรงชีวิตต่อไป

หรือยึดมั่นในตัวตนที่ไตร่ตรองดีแล้วว่าเราเป็นเช่นนั้น
แล้วก้าวเดินต่อไป...แม้จะต้องสิ้นลมหายใจ

ผมเลือกอย่างหลัง...

ไม่อาจบอกได้ว่าเลือกอย่างไหนถูก ผิด
ไม่อาจตัดสินได้ด้วยตรรกะ เหตุผล

สยายปีกแห่งความฝัน
แล้วโบยบินไปสู่ความมืดมนอนธกาล
ไร้ซึ่งแสงดาวนำทาง...

ศรัทธาในตัวตนจะนำทางเราไปได้ถึงไหน
ไม่มีใครรู้...เราจะไปถึงเป้าหมาย
หรือ...เราจะจบชีวิตลงก่อน


ผมอาจไปไม่ถึงฝัน...

แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้คือ
ตอนนี้ ณ วินาทีนี้


"ผมมีความสุขดี"

 

 

---------------------------
ขออภัยที่เขียน Blog เพื่อปลอบประโลมจิตใจตนเอง.