4 ตุลาคม ค.ศ.1957เป็นวันที่ สปุตนิก1 ดาวเทียมดวงแรกของมนุษยชาติ ถูกส่งขึ้นไปสู่วงโคจร
ซึ่งนับเป็นวัตถุ ชนิดแรก ที่ถูกส่งจากโลกอันวุ่นวาย ไปลอยอยู่เดียวดาย บนอวกาศอันเวิ้งว้างไร้ที่สิ้นสุด
หลังจากนั้น ไม่นานในวันที่ 3พฤศจิกายน ปีเดียวกัน สปุตนิก2ได้นำ"ไลก้า"สุนัขแสนรู้ที่ถูกฝึก
มาอย่างดีเยี่ยม ขึ้นไปสู่วงโคจรชั่วนิรันดร์ เพื่อเซ่นสังเวย การทดลองทางวิทยาศาสตร์อันยิ่งใหญ่...
"ไลก้า" มันจะเหงาเพียงใด เมื่อได้แต่มองดูโลกที่ยังคงหมุนไป
กระแสสังคมที่ยังคงเดินไป เฝ้ามอง แต่ไม่สามารถ จะเข้าไปร่วมปฏิสัมพันธ์
กับสิ่งต่างๆ เหล่านั้นได้
มันคงเป็นความอ้างว้างเดียวดาย และปล่าวเปลี่ยวอย่างสูงสุด ของเจ้าสุนัขแสนรู้ "ไลก้า"
ที่ได้แต่เฝ้ามองดูโลก ที่เคยอยู่อาศัย โลกที่สับสนวุ่นวาย ถวิลหาในสิ่งที่ไม่อาจจะจับต้องได้ไปชั่วนิรันดร์
ณ วินาทีนั้น ถ้ามี เพื่อน ร่วมทาง เพียงสักคน คงมีค่ามากกว่า
ทรัพย์สมบัติใดๆที่มนุษย์จะจินตนาการได้ ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล แห่งนี้...
21 มีนา 2550 ผมพึ่งรู้สึกตัวได้ ว่าตลอดห้วงเวลานี้ ผมเองนั้นก็รู้สึกเช่นเดียว กับ "ไลก้า"
สุนัขแสนรู้ตัวนั้น
ตลอดคืนที่ผ่านมา ผมพยายามข่มตาหลับ แต่ก็หลับไม่ลง เมื่อความคิดมากมายยัง คงวนเวียนอยู่ในหัว
แม้พยายามเพียงไร ก็ ไม่สามารถ สลัด สิ่งเหล่านั้น ออกไปจากสมองได้...
น่าสงสารแต่ก็เพียงร่างกาย ที่ต้องมาทนทรมาน อยู่ภายใต้ดวงจิต ที่ฟุ้งซ่านเช่นนี้...
สำหรับผมวันนึงๆ ในมหานครแห่งนี้ ทั้งๆที่มีผู้คนนับล้าน แต่กลับไม่มีแม้เพียงสักคนที่ผมอยากจะใช้ชีวิตร่วม
ไม่มีแม้เพียงสักคนที่จะเข้าใจ ผมไม่ได้รู้สึกอยากคุยกับใคร ไม่อยากไปไหนกับใคร ไม่อยากกินข้าว
ไม่อยากคุยโทรศัพท์ ดูหนัง เดินห้าง หรือเที่ยวกลางคืนกับใคร ไม่มีเลยสักคน
ทั้งที่ความเหงามากมาย ยังเกาะเกี่ยวอยู่เต็มหัวใจ นี่ผมเป็นอะไร...
ผมเฝ้าถามตัวเอง...
ผมว่า ผมคงเคยมีคนๆนั้นอยู่เป็นแน่ คนที่ผมอยากใช้ชีวิตร่วม...แต่ผมทำเขาสูญหายไป
หายไปพร้อมกับตัวตนส่วนหนึ่งของผม ผมเสียใจ...แต่ยังไงชีวิตก็คงต้องเดินต่อไป
ดำเนินชีวิตต่อไปตาม กรรม ของแต่ละคน
ผมเชื่อว่าความรู้สึกนี้ สิ่งๆนี้ สักวันมันจะเปลี่ยนเป็นแรงขับดันที่มีค่า ที่จะทำให้ผมก้าวเดินต่อไปบนเส้นทาง
ที่ไร้ความมั่นคง ไร้ความมั่นใจเส้นนี้ เส้นทางที่ต้องคอยเฝ้าเกาะเกี่ยวความฝันเอาไว้ให้มั่น ให้เป็นหลักยึด
แล้วจึงค่อยๆประคองชีวิต ให้เดินไปสู่ปลายทางความฝันที่มีเพียงแสงรำไรนั้น
จะไปถึงฝันหรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับการที่เรา สามารถจะพูดได้เต็มปากว่าเราได้ก้าวเดินออกไปแล้ว
โดยไม่คิดจะเสียใจภายหลัง
และเมื่อผ่านมันไปได้ หวังว่าผมคงจะมองดาวเคราะห์สีฟ้าที่กำลังหมุนอยู่ใบนี้ ด้วยความเข้าใจ
มิใช่ด้วยความเหงาเฉกเช่นในขณะนี้...
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณ หนังสือ ของ Haruki Murakami ที่บอกกับผมให้ รู้ว่า ทั้งๆที่เรามีความเชื่อมโยงกันมากมาย
แต่ เรากลับโดดเดี่ยวได้มากเพียงไร และเป็นแรงบันดาลใจของเรื่องที่เขียน